ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน
ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
๑. เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือผู้แทน เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ โดยร่างบันทึกความเข้าใจฯ จะมีการลงนามในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ในวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๗ มีสาระสำคัญเป็นกรอบความร่วมมือที่ระบุเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการร่วมกัน เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการลงทุน ประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว การจัดงานเทศกาลด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาเครือข่ายหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม รวมถึงการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวให้แก่กลุ่มตลาดท่องเที่ยวที่มีศักยภาพให้มีการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ)
๒. ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นควรผลักดันและเร่งรัดความร่วมมือให้เกิดผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ด้านมาตรฐานการท่องเที่ยวและโรงแรม การส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม การประชาสัมพันธ์เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายให้มีความเข้าใจให้มากขึ้น รวมทั้งควรพิจารณาใช้ประโยชน์จากความร่วมมือดังกล่าวเพื่อสานต่อการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยว โดยความร่วมมือของภาคเอกชนเพื่อวางกลยุทธ์การจัดการการท่องเที่ยวและการตลาดที่เป็นแบบเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อดึงดูดความสนใจและขยายตลาดนักท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคและใช้ประโยชน์ร่วมกัน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการให้ปรับรูปแบบและบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) และควรมีการดำเนินการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมให้กับนักท่องเที่ยว ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย