มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 6 ตุลาคม 2563 ประเด็นเศรษฐกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และกระทรวงการคลัง
1. เรื่อง ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการใช้จ่ายเงินกู้ของแผนงานหรือโครงการเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. ....
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการใช้จ่ายเงินกู้ของแผนงานหรือโครงการเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ
ตามที่ได้มีพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ซึ่งกำหนดวงเงินกู้เพื่อนำไปใช้สำหรับแผนงานหรือโครงการตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท และต้องดำเนินการกู้เงินภายในวันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการภายใต้แผนงานหรือโครงการตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดไปแล้ว 18 โครงการ วงเงินรวม 386,786 ล้านบาท และหน่วยงานเจ้าของโครงการได้ดำเนินการและเบิกจ่ายเงินกู้แล้ว จำนวน 295,196 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2563)
สาระสำคัญของร่างระเบียบ
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการติดตาม ประเมินผล และการรายงานผล การใช้จ่ายเงินกู้ของแผนงานหรือโครงการฯ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1. กำหนดให้มีการกำกับติดตามความก้าวหน้าของโครงการ โดยกำหนดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการเป็นรายเดือนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือตามแบบที่ สบน. กำหนด และให้ สบน. จัดทำรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการเป็นรายเดือน ส่งให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำรายงานความก้าวหน้าของโครงการต่อคณะรัฐมนตรี รวมทั้งให้ สบน. นำส่งรายงานดังกล่าวให้คณะกรรมการประเมินผลแผนงานหรือโครงการเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อทราบ
2. กำหนดให้มีคณะกรรมการประเมินผลแผนงานหรือโครงการเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019