มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 12 ตุลาคม 2563 ประเด็นเศรษฐกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และกระทรวงการคลัง
1. เรื่อง สรุปผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 4/2563
- สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และภาพรวมเศรษฐกิจ เสนอโดยสำนักงำนสภำพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ (สศช.) ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลำคม 2563 มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกรวม 36,038,360 คน เป็นผู้ติดเชื้อรำยใหม่ 311,613 คน และมีผู้เสียชีวิต 1,054,543 คน โดยสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดในหลำยประเทศทั่วโลกยังคงมีแนวโน้มที่จะมีควำมรุนแรงมำกขึ้นสะท้อนจำกจำนวนผู้ติดเชื้อรำยใหม่ต่อวันที่ยังเพิ่มขึ้นในระดับสูงในหลำยประเทศ ขณะที่หลำยประเทศกำลังเผชิญกับ กำรระบำดระลอกที่สอง อย่ำงไรก็ดี ภำยใต้กำรแพร่ระบำดที่เริ่มควบคุมสถำนกำรณ์ได้ในหลำยประเทศ ส่งผลให้เริ่มมีกำรผ่อนคลำยมำตรกำรกำรปิดสถำนที่และควบคุมกำรเดินทำง ทำให้ภำพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญำณกำรฟื้นตัวที่ดีขึ้น สะท้อนจำกดัชนีผู้จัดกำรฝ่ำยจัดซื้อโลก (Global PMI) ปรับตัวขึ้นมำอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 17 เดือนนับตั้งแต่เดือนเมษำยน 2562 ในส่วนของภำพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหำคม 2563 มีสัญญำณของกำรฟื้นตัวดีขึ้น สะท้อนจำกกำรปรับตัวดีขึ้นของเครื่องชี้ทำงเศรษฐกิจทั้งด้ำนกำรใช้จ่ำยและด้ำนกำรผลิต โดยเครื่องชี้ทำงเศรษฐกิจที่สำคัญ ๆ มีแนวโน้มหดตัวน้อยลง อำทิ มูลค่ำกำรส่งออกสินค้ำ ดัชนีผลผลิตอุตสำหกรรมและดัชนีกำรลงทุนภำคเอกชน รวมทั้งจำนวนบริษัทที่ขอปิดกิจกำร นอกจำกนี้ กำรเบิกจ่ำยงบประมำณภำครัฐโดยเฉพำะในส่วนของงบลงทุนยังขยำยตัวสูง สำหรับสถำนกำรณ์กำรท่องเที่ยวภำยในประเทศพบว่ำอัตรำกำรเข้ำพักของโรงแรมเฉลี่ยทั่วประเทศในเดือนสิงหำคม 2563 ปรับตัวดีขึ้นจำกเดือนก่อนหน้ำ แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่ำช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังไม่ครอบคลุมในพื้นที่จังหวัดที่ห่ำงจำกกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในส่วนของข้อมูลด้ำนแรงงำนพบว่ำเริ่มปรับตัวดีขึ้นตำมกำรฟื้นตัวของกิจกรรมทำงเศรษฐกิจ เห็นได้จำกจำนวนผู้ใช้สิทธิตำมมำตรำ 75 (กรณีหยุดงำนชั่วครำวเหตุไม่สุดวิสัย) ที่ลดลงต่อเนื่อง
- ความคืบหน้าการดาเนินมาตรการด้านเศรษฐกิจ
- มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เสนอโดยธนำคำรแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยมำตรกำร 3 ระยะ ดังนี้ (1) การเยียวยาช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ได้แก่ ลูกหนี้รำยย่อย รวมมูลค่ำสินเชื่อ 3.84 ล้ำนล้ำนบำท จำนวน 10.97 ล้ำนบัญชี ลูกหนี้ SMEs รวมมูลค่ำสินเชื่อ 2.14 ล้ำนล้ำนบำท จำนวน 1.12 ล้ำนบัญชี และลูกหนี้ภำคธุรกิจ (Corporate) รวมมูลค่ำสินเชื่อ 0.92 ล้ำนล้ำนบำท จำนวน 37,114 บัญชี (2) สถาบันการเงินติดตามดูแลลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ติดต่อลูกหนี้ ไปเยี่ยมกิจกำร เพื่อประเมินผลกระทบของกำรแพร่ระบำด รวมทั้งจัดทำช่องทำงให้ลูกหนี้แจ้งสถำนะและควำมประสงค์ในกำรรับควำมช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น กำรปรับปรุงโครงสร้ำงหนี้ เป็นต้น และ (3) การเตรียมมาตรการรองรับการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะต่อไป โดยลูกหนี้ธุรกิจที่มีเจ้ำหนี้หลำยรำยสำมำรถสมัครเข้ำร่วมโครงกำร DR BIZ ซึ่งเป็นระบบ One Stop Service ให้ลูกหนี้ได้ติดต่อเจ้ำหนี้เพื่อแก้ไขหนี้เดิมได้สะดวกยิ่งขึ้นและมีโอกำสได้สินเชื่อใหม่
- โครงการคนละครึ่ง เสนอโดยกระทรวงกำรคลัง ควำมคืบหน้ำล่ำสุด ณ วันที่ 6 ตุลำคม 2563 ของกำรลงทะเบียนร้ำนค้ำโครงกำรคนละครึ่ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลำคม 2563 มีรำยละเอียดดังนี้ (1) กิจกำรลงทะเบียนรวมทั้งหมด 210,010 ร้ำน แบ่งเป็น กิจกำรที่ลงทะเบียนสำเร็จ จำนวน 152,795 ร้ำน กิจกำรที่รอดำเนินกำรตรวจสอบ จำนวน 56,465 ร้ำน และกิจกำรไม่เข้ำข่ำยเงื่อนไขของโครงกำร จำนวน 750 ร้ำน (2) กิจกำรที่ลงทะเบียนสำเร็จแบ่งออกเป็นกิจกำรที่มีหน้ำร้ำน จำนวน 127,852 ร้ำน และหำบเร่และแผงลอย จำนวน 24,943 ร้ำน (3) ประเภทของกิจกำรที่ลงทะเบียนสำเร็จ ส่วนใหญ่เป็นร้ำนอำหำรและเครื่องดื่ม จำนวน 90,052 ร้ำน ส่วนร้ำนธงฟ้ำ มีจำนวน 41,331 ร้ำน ร้ำน OTOP จำนวน 4,991 ร้ำน และร้ำนค้ำทั่วไป จำนวน 16,421 ร้ำน และ (4) กิจกำรที่ลงทะเบียนส่วนใหญ่อยู่ใน ภำคกลำง จำนวน 73,092 ร้ำน คิดเป็นร้อยละ 34.8 รองลงมำอยู่ในภำคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 73,092 ร้ำน คิดเป็นร้อยละ 25.0 และภำคใต้ จำนวน 37,229 ร้ำน คิดเป็นร้อยละ 17.7