มติ ครม.เรื่อง ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
คณะรัฐมนตรีมีมติ
๑. เห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ ดังนี้
๑.๑ เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างมิตรภาพที่มีอยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ และการขยายความร่วมมือทวิภาคีด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยมีสาระสำคัญครอบคลุม ๖ ประเด็นหลัก ได้แก่ (๑) ส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวระหว่างกัน (๒) ส่งเสริมให้มีการลงทุนด้านการท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนให้มีการลงทุนระหว่างกัน (๓) อำนวยความสะดวกการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวผ่านสื่อ (๔) แลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือด้านการศึกษาและหลักสูตรอบรมด้านการท่องเที่ยวให้กับบุคลากรด้านการท่องเที่ยว (๕) แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงสุขภาพ และ (๖) จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจฯ
๑.๒ อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ (โดยระบุตำแหน่ง)
๑.๓ มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers) ให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือผู้แทนสำหรับการลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ
๒. ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารับความเห็นของกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณที่เห็นควรให้มีการหารือและบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศเพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกการทำธุรกรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งควรพิจารณากำหนดแนวทางส่งเสริม เช่น (๑) ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับรูปแบบและบริการให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพโดยเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายให้มาขึ้น เช่น กลุ่มวัยทำงาน กลุ่มสตรี กลุ่ม Honeymoon และ Health and Wellness และ (๒) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปรับทราบการดำเนินงานตามกรอบความร่วมมือในวงกว้าง เป็นต้น สำหรับภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าว ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ เห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยการปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ของหน่วยงานไปดำเนินการก่อน ส่วนปีงบประมาณต่อ ๆ ไป เห็นควรให้จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสม ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย
๓. หากมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดำเนินการได้ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งให้ชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ) ด้วย