คสช.ประกาศนโยบายการกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐๔/๒๕๕๗
เรื่อง การกํากับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตําบล เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า มีความโปร่งใส และอยู่ภายใต้
กรอบวินัยการเงินและการคลังที่ดี รวมทั้งเป็นการป้องกันและปราบปรามไม่ให้มีการใช้จ่ายงบประมาณ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปในทางที่มิชอบด้วยกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
จึงมีประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอําเภอซึ่งมีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตาม
กฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ นโยบาย ประกาศและคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
อย่างเคร่งครัด
ข้อ ๒ การติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณตามข้อ ๑ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
และนายอําเภอแต่งตั้งคณะกรรมการตามจํานวนที่เห็นสมควร เพื่อทําหน้าที่ติดตามและตรวจสอบการใช้
จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผน
ของทางราชการ โดยมุ่งเน้นแผนงานหรือโครงการประเภทงบลงทุนที่เป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน
และความเป็นอยู่ของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม หากในการตรวจสอบนั้นปรากฏว่าองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นแห่งใดมีพฤติการณ์การใช้จ่ายงบประมาณหรือการบริหารงบประมาณในเรื่องใดไปในทาง
ที่มิชอบด้วยกฎหมายจนเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือ
นายอําเภอดําเนินการตามกฎหมายแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว
ข้อ ๓ ในการดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ผู้ว่าราชการ
จังหวัดและนายอําเภอกํากับดูแลและตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ให้เป็นไปโดยเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะ
กรณีดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อผู้บริหารท้องถิ่นได้เห็นชอบราคากลางงานก่อสร้างโครงการใดที่มีมูลค่าตั้งแต่ห้าล้านบาท
ขึ้นไปแล้ว ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นผู้ตั้งงบประมาณเป็นค่าก่อสร้างนั้น รายงานข้อมูลดังกล่าว
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอําเภอทราบภายในสามวันทําการนับแต่วันที่ผู้บริหารท้องถิ่นเห็นชอบ
ราคากลาง ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอําเภออาจพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการหรือ
มอบหมายผู้ที่มีความรู้และความชํานาญด้านการประมาณราคาก่อสร้างให้ไปตรวจสอบราคากลาง
งานก่อสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้ตามความเหมาะสม
หน้า ๑๒
เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๑๔๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗
(๒) หากมีข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การจัดซื้อจัดจ้างใดมีการดําเนินการที่มิชอบ
ด้วยกฎหมาย ไม่โปร่งใส หรือมีลักษณะที่น่าจะเป็นการดําเนินงานที่ส่อไปในทางทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอําเภอแต่งตั้งคณะกรรมการตามจํานวนที่เห็นสมควรเพื่อตรวจสอบ
ข้อเท็จจริงนั้น โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสชี้แจงแสดงข้อเท็จจริง
ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอําเภออาจมีคําสั่งให้ระงับหรือยับยั้งการดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
นั้นไว้ก่อน เพื่อให้มีการตรวจสอบ ทบทวน หรือแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากผลการตรวจสอบ
ของคณะกรรมการปรากฏว่าการจัดซื้อจัดจ้างนั้นเป็นการดําเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมายหรือเป็น
การทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอําเภอมีอํานาจยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง
ในครั้งนั้น แล้วดําเนินการตามกฎหมายแก่บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงาน
ที่ได้กระทําการหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบนั้นอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว
(๓) การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษจะกระทําได้เฉพาะกรณีที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้
ในระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๓๕
และต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอําเภอ แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีการป้องกัน
หรือบรรเทาสาธารณภัยเพื่อบําบัดความเดือดร้อนของประชาชน และกรณีการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจซึ่งปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วย
การพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ดําเนินการ
จัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษได้โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอําเภอ
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาต