ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ดังนี้
๑. ด้านความมั่นคง ให้กระทรวงกลาโหมเร่งรัดการดำเนินการศึกษา วิจัย และพัฒนาการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ในประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านความมั่นคง และลดภาระงบประมาณในการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น การผลิตเรือดำน้ำขนาดเล็ก
๒. ด้านเศรษฐกิจ
๒.๑ มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประสานภาคธุรกิจเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (Public-Private Steering Committee) เพิ่มเติมอีก ๑ ชุด เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในด้านการวิจัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเชิญคนไทยที่มีความรู้ความสามารถทั้งในและต่างประเทศร่วมในคณะกรรมการดังกล่าว
๒.๒ ให้ทุกส่วนราชการพิจารณานำร่องการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ในหน่วยงาน รวมทั้งให้กระทรวงพลังงานเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนการผลิต Solar Cell ภายในประเทศ รวมถึงการทำลายแผง Solar Cell ที่ไม่ใช้งานแล้วด้วย
๓. ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
๓.๑ ในการจัดทำข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปตำรวจ ให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเน้นการปฏิรูปด้านการให้บริการหรือการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน การเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างความไว้วางใจให้แก่ประชาชน รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายตำรวจแห่งชาติและกฎหมายลำดับรองเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน ๓ เดือน
๓.๒ ให้กระทรวงยุติธรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำไม้พะยูงหรือส่งมอบไม้มีค่าที่อยู่ในความครอบครองและการดำเนินคดีสิ้นสุดแล้วมาใช้ประโยชน์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว
๔. ด้านการบริหารราชการแผ่นดินและอื่น ๆ
๔.๑ ให้ทุกส่วนราชการจัดทำแผนงานในภารกิจหลักของหน่วยงานระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙) เช่น แผนงานโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แผนงานด้านสาธารณูปโภค แผนงานด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๙ (เรื่อง การเสนอโครงการที่ต้องขออนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี) ได้แก่ (๑) ระบุรายละเอียดโครงการ/กิจกรรมที่จะดำเนินการและผลที่จะได้รับในแต่ละระยะ เช่น ๑ เดือน ๓ เดือน ๖ เดือน ๑๒ เดือน ตลอดระยะเวลาของแผนงานและเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของแผน (๒๐ ปี) (๒) บูรณาการการทำงานและงบประมาณร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๓) คำนึงถึงความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค จังหวัด และท้องถิ่น และ (๔) ประเมินและทบทวนแผนงานทุก ๆ ๕ ปี ทั้งนี้ ให้ทุกส่วนราชการจัดทำแผนงานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ และส่งให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีรวบรวมนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
๔.๒ ให้ทุกส่วนราชการที่จะดำเนินโครงการที่ต้องจัดจ้างให้เอกชนผู้รับจัดงาน (Organizer) งานโฆษณา และงานประชาสัมพันธ์ให้ใช้จ่ายงบประมาณโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประหยัดเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ให้พิจารณาดำเนินการให้กิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้เองก่อนเป็นลำดับแรก
๔.๓ ในกรณีที่ส่วนราชการจัดทำข้อมูลในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของหน่วยงาน ให้หน่วยงานบูรณาการข้อมูลต่าง ๆ ให้เกิดความเชื่อมโยงกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารด้วย
๔.๔ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินการบูรณาการระบบ CCTV ของท่าอากาศยานทั่วประเทศ ระบบ BIOMETRICS และระบบ CCTV เพื่อการควบคุมทางศุลกากรเข้าด้วยกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และให้รายงานความก้าวหน้าต่อคณะรัฐมนตรีโดยด่วนด้วย
๔.๕ ให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาโรงเรียนที่มีจำนวนครูและนักเรียนน้อย เช่น การปรับเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้หรือการจัดทำห้องเรียนเคลื่อนที่ โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุน
๔.๖ ให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณากำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาคเอกชนที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยและประสบภาวะการขาดทุน เช่น การรวมสถานศึกษาที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเพื่อให้การพัฒนาการศึกษาด้านอาชีวศึกษามีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว