ประวัติความเป็นมา
ประวัติความเป็นมาตำบลปากน้ำ
แต่เดิมตำบลปากน้ำมีชื่อว่า “ปากน้ำโจ้โล้” ซึ่งเป็นภาษาจีน สืบเนื่องมาจากมีปลาโจ้โล้หรือ ปลากะพงขาวชุกชุมบริเวณปากคลองท่าลาด อันเป็นรอยต่อของแม่น้ำบางปะกงกับคลองท่าลาด และเป็นชุมชนที่เคยมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเคยยกทัพมาตั้งอยู่ที่ปากน้ำ และได้สร้างพระสถูปเจดีย์ไว้เป็นที่ระลึก ปัจจุบันได้บูรณะซ่อมแซมให้เป็นที่พักผ่อนและเป็นแหล่งท่องเที่ยว ศูนย์กลางของชุมชนบริเวณปากคลองท่าลาด ในอดีตนั้นเคยเจริญรุ่งเรื่องมาก จนกระทั่งการคมนาคมทางบกเริ่มเข้ามามีบทบาท ชุมชนบริเวณนี้ก็เริ่มซบเซาลง ประชากรเริ่มปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนตามแนวถนนเพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งวันที่ 29 พฤษภาคม 2516 ชุมชนปากน้ำก็ได้รับการประกาศและยกฐานะเป็น “สุขาภิบาลปากน้ำ” และในวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ก็ได้รับการประกาศและยกฐานะเป็น “เทศบาลตำบลปากน้ำ” ครอบคลุมพื้นที่ 7 หมู่บ้าน (หมู่ที่ 1,2,6,7,8,9,10,11) ประมาณ 10.07 ตร.กม. (6,293.75 ไร่) และต่อมา ในวันที่ 15 กันยายน 2547 ได้มีการประกาศราชกิจจานุเบกษา ยุบรวมเขต อบต. (หมู่ที่ 2,3,4,5,12)รวมเข้ากับเขตเทศบาลครอบคลุมพื้นที่ 12 หมู่บ้าน
สัญลักษณ์ประจำเทศบาลตำบลปากน้ำ
ตราประจำเทศบาลตำบลปากน้ำ เป็นรูปวงกลม ภายในวงกลมเป็นรูปวัด และพระปรางค์ รูปวัด หมายถึง วัดปากน้ำซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาพุทธของชาวเทศบาลตำบลปากน้ำ ส่วนรูปพระปราค์ หมายถึง อนุสรณ์สถานที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ ณ ที่ซึ่งพระองค์ทรงประทับแรมระหว่างเดินทัพไปจันทบุรีหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า ครั้งที่ 2 ณ ตำบลปากน้ำโจ้โล้ (หน้าวัดปากน้ำในปัจจุบัน) ปัจจุบันนี้ได้ปรักพังหมดแล้วอันเนื่องมาจากบริเวณนี้เป็นหัวแหลม และมีทางน้ำหลายสาย เช่น คลองท่าลาด คลองวัดปากน้ำ คลองวัดบางหว้า และแม่น้ำบางปะกงไหลผ่าน เป็นที่รวมของลำน้ำหลายสายจึงเรียกว่าปากน้ำโจโล้ และได้เรียกหัวแหลมนี้ว่าแหลมพระปรางค์จนถึงทุกวันนี้ ต่อมาแหลมพระปรางค์ถูกน้ำกัดเซาะขาดสั้นลงไปเรื่อย ๆ จึงเหลือแหลมที่ยื่นลงสู่แม่น้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ขณะนี้ได้มีการปฎิสังขรณ์พระปรางค์ใหม่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและน่าเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
คำขวัญประจำเทศบาล
พระเจ้าตากเป็นศรี บารมีหลวงพ่อโสธร
เลื่องลือขจรแผ่นดินอุดม สังคมเกษตรกรรม