ประความเป็นมา
ประวัติความเป็นมา และตราสัญลักษณ์
ดวงตราเทศบาลเป็นภาพของเทพเจ้าจอมเมือง พระวรกายสีขาวทรงครุฑเป็นพาหนะสีแดง มีอักษรอยู่เบื้องล่างว่า “เทศบาลนครสมุทรสาคร” ดวงตราเป็นเครื่องหมายของเทศบาลนครสมุทรสาคร คณะเทศมนตรี สมัยนายสนอง ศิลาสุวรรณ เป็นนายกเทศมนตรี เป็นผู้ออกแบบไว้เมื่อประมาณปี พ.ศ.2484 มีความหมายดังนี้ คือ เทพเจ้าจอมเมือง อันหมายถึงเจ้าพ่อหลักเมืองซึ่งชาวสมุทรสาครเคารพนับถือกันมาก ทรงครุฑซึ่งเป็นสัตว์ที่มีพลานุภาพกว่าทวิชาติทั้งหลายเพื่อจะได้คุ้มครอง ชาวจังหวัดนี้ ซึ่งมีอาชีพทางการประมง ต้องออกจับปลาในทะเลให้ปลอดภัย และประสพโชค
ประวัติความเป็นมา
จังหวัดสมุทรสาคร หรือที่นิยมเรียกกันทั่วไปว่า “มหาชัย” นั้น สมัยกรุงศรีอยุธยา เรียกว่า “บ้านท่าจีน” เพราะเป็นจังหวัดชายทะเลใกล้ปากแม่น้ำตั้งแต่สมัยอดีตเคยมีเรือสำเภาจากจีนและแหลมมลายูเข้ามาทำการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า ได้พักอาศัยอยู่ในย่านนี้จนเกิดเป็นชุมชนใหญ่เรียกว่าบ้านท่าจีน ต่อมาในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยาไทยเกิดสงครามกับพม่า ทำให้ชาวเมืองพากันอพยพหนีภัยไปอยู่ตามป่ายากต่อการรวบรวมกำลังพล จึงโปรดให้บ้านท่าจีนซึ่งเป็นชุมชนใหญ่แห่งหนึ่งเลื่อนฐานะขึ้นเป็นเมืองใช้ชื่อว่า “เมืองสาครบุรี” เมื่อปี พ.ศ.2099 เป็นที่ระดมพลและเป็นเมืองหน้าด่านป้องกันศัตรูที่ยกมารุกรานทางทะเล
สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในแผ่นดินสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ พระองค์ได้เสด็จมาประพาสที่ปากน้ำเมืองสาครบุรี ขณะที่ผ่านคลองโคกขามที่คดเคี้ยวเรือพระที่นั่งเกิดชนกับกิ่งไม้จนหัวเรือหัก ทำให้พันท้ายนรสิงห์ซึ่งทำหน้าที่ถือท้ายเรือพระที่นั่งต้องโทษถึงประหารชีวิต ล่วงปี พ.ศ.2248 หลังจากเกิดโศกนาฏกรรม 1 ปี สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 จึงโปรดให้ขุดคลองลัดจากเมืองธนบุรีเป็นแนวตรงไปออกปากน้ำเมืองสาครบุรีแทนคลองโคกขามที่คดเคี้ยว เรียกว่า คลองพระพุทธเจ้าหลวง แต่ยังไม่ทันเสร็จทรงสวรรคตเสียก่อน ถึงสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9 (ขุนหลวงท้ายสระ) ได้โปรดให้ขุดต่อจนเสร็จ ได้พระราชทานนามว่า “คลองมหาชัย” ต่อมา ณ บริเวณฝั่งซ้ายปากคลองเกิดชุมชนขยายเติบโตขึ้น ชื่อมหาชัย จึงเป็นที่นิยมเรียกขานแต่นั้นมา
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองสาครบุรีเป็นเมืองสมุทรสาคร ซึ่งมีความหมายว่า “เมืองแห่งทะเลและแม่น้ำ” ปี พ.ศ.2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองสมุทรสาครเป็นจังหวัดสมุทรสาครและในปี พ.ศ.2486 ได้ลดฐานะเป็นอำเภอไปขึ้นกับจังหวัดธนบุรี จนกระทั่งปี พ.ศ.2489 จึงแยกจังหวัดธนบุรี เป็นจังหวัดสมุทรสาครตามเดิม
ประวัติความเป็นมาในการจัดตั้งเทศบาลนครสมุทรสาคร ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของเทศบาลถือเป็นเอกลักษณ์ และความภาคภูมิใจของท้องถิ่น กล่าวคือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้เสด็จประพาสต้นมาถึงตำบลท่าฉลอมในปีพ.ศ.2447 และปีต่อมาพระองค์ได้เสด็จตำบลท่าฉลอมเพื่อเปิดถนนถวายและมีพระบรมราชโองการตั้งท่าฉลอมให้เป็นสุขาภิบาล ในวันที่ 18 มีนาคม 2448 (ร.ศ.124) เรียกว่าสุขาภิบาลตำบลท่าฉลอม ทรงประกาศพระราชทานเงินภาษีที่จัดเก็บได้ในตำบลท่าฉลอมนำมาบำรุงรักษาตำบลท่าฉลอม และตั้งคณะกรรมการสุขาภิบาลจากประชาชนให้ได้ปกครองกันเอง นับได้ว่าตำบลท่าฉลอมเป็นต้นแบบการปกครองท้องถิ่นในระบอบประชาธิปไตยโดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ครั้นต่อมาสุขาภิบาลท่าฉลอมได้ขยายเขตเป็นสุขาภิบาลเมืองสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2459 โดยได้รวมตำบลมหาชัย ท่าจีน บางหญ้าแพรก โกรกกราก และท่าฉลอมเข้าด้วยกัน
ในปี พ.ศ.2478 ได้มีพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งเทศบาลเมืองสมุทรสาคร ขึ้นแทนสุขาภิบาลท่าฉลอม โดยมีพื้นที่ 5.93 ตารางกิโลเมตร (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 หน้า 1740 วันที่ 10 ธันวาคม 2479) ในปี พ.ศ.2530 มีพระราชกฤษฎีกาขยายเขตเทศบาล โดยรวมพื้นที่ตำบลมหาชัย โกรกกราก ท่าฉลอม ท่าทราย (บางส่วน) โคกขาม (บางส่วน) บางหญ้าแพรก (บางส่วน) และท่าจีน (บางส่วน) เข้าด้วยกัน รวมพื้นที่ทั้งหมด 10.33 ตารางกิโลเมตร (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 104 ตอนที่ 145 วันที่ 29 กรกฎาคม 2530)
ปัจจุบันชุมชนเมืองได้ขยายเขตเจริญเติบโตขึ้น ความต้องการด้านการบริการสาธารณะเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มมากขึ้น กระทรวงมหาดไทยจึงเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนฐานะเทศบาล จากเทศบาลเมืองสมุทรสาครเป็นเทศบาลนครสมุทรสาคร ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการและทำนุบำรุงท้องถิ่น โดยตราพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งเทศบาลนครสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ.2542 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่มที่ 116 ตอนที่ 110 ก ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2542 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2542 เป็นต้นไป