โครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (โครงการ วมว.) ระยะที่ 2
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
๑. เห็นชอบตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ ดังนี้
๑.๑ ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดำเนินโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (โครงการ วมว.) ระยะที่ ๒ ระยะเวลา ๑๐ ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๕) โดยมีเป้าหมายรวม ๑๗๔ ห้องเรียน เพื่อสนับสนุนนักเรียนรวมทั้งสิ้น ๕,๒๒๐ คน กรอบวงเงินงบประมาณของโครงการ วมว. ตลอดโครงการเป็นเงินรวมทั้งสิ้น ๓,๒๒๗ ล้านบาท
๑.๒ องค์ประกอบของคณะกรรมการระดับนโยบายและระดับบริหาร ได้แก่
๑.๒.๑ คณะกรรมการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลโครงการ เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กรอบและทิศทางการดำเนินโครงการในภาพรวม และเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานให้บรรลุตามนโยบาย วัตถุประสงค์ และเป้าหมาย
๑.๒.๒ คณะกรรมการบริหารโครงการ เพื่อทำหน้าที่กำหนดหลักการ แนวทาง และหลักเกณฑ์การบริหารจัดการ ให้คำแนะนำ ส่งเสริมและติดตามผลการดำเนินงานของโครงการในภาพรวม
๑.๓ ให้สำนักงบประมาณให้การสนับสนุนงบประมาณตามข้อเสนอโครงการ วมว. ระยะที่ ๒ ต่อไป
๒. ยกเว้นในส่วนของงบประมาณของโครงการ วมว. ระยะที่ ๒ ให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ สำนักงบประมาณได้เสนอตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวรองรับไว้ จำนวน ๗๗ ล้านบาท สำหรับในปีงบประมาณต่อ ๆ ไป ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอขอตั้งงบประมาณตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อไป
๓. ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับความเห็นของกระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ เกี่ยวกับการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายเงินทุก ๆ ๓ ปี เพื่อปรับปรุงรูปแบบของโครงการหรือการบริหารจัดการให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงการประชาสัมพันธ์โครงการให้แพร่หลาย และส่งเสริมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ การวางระบบการบริหารจัดการในระดับต่าง ๆ ให้สอดรับกัน เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ การวางแผนและกำหนดแนวทางการดำเนินงานจัดการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพและสามารถนำไปสู่การจัดการเรียนการสอนในระบบปกติในระยะยาว รวมทั้งความเห็นเพิ่มเติมของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล) เกี่ยวกับการดำเนินโครงการควรเน้นเนื้อหาให้สอดคล้องสัมพันธ์กับชีวิตความเป็นอยู่ การสร้างงาน สร้างอาชีพ และโอกาสในการทำงานในอนาคตของนักเรียน โดยไม่มุ่งเน้นศึกษาแต่เพียงวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ (Pure Science) ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย