มติ ครม. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 เรื่องร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481 และเรื่องสรุปมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2561
ด้านกฎหมาย หัวข้อ 2. เรื่อง ร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของกระทรวงคมนาคม ที่ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้ สาระสำคัญของร่างพระราชกำหนด
1. กำหนดบทนิยามคำว่า “เรือประมง” “เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ” และ “เรือสนับสนุนการประมง”
2. กำหนดมาตรการป้องกันมิให้เรือประมง เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ และเรือสนับสนุนการประมงที่เจ้าของได้แจ้งจม สูญหาย จำหน่าย จ่าย หรือโอนไปให้ผู้อื่นโดยไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ และไม่สามารถติดตามหรือตรวจสอบได้ว่าเรืออยู่ที่ใด ถูกนำกลับมาจดทะเบียนหรือใช้เป็นเรือประมง เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือเรือสนับสนุนการประมง อีก
3. แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาในการเพิกถอนทะเบียนเรือไทยกรณีที่ไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือ โดยขยายระยะเวลาจากสามสิบวันเป็นหกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าท่าแจ้งให้เจ้าของเรือทราบถึงการสิ้นอายุของใบอนุญาตใช้เรือนั้น
4. กำหนดโทษทางอาญาแก่ผู้ที่นำเรือประมง เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือเรือสนับสนุนการประมง ที่ถูกเพิกถอนทะเบียนเนื่องจากมีการจำหน่าย จ่าย หรือโอนให้แก่บุคคลอื่น และเจ้าของได้ให้การรับรองไว้ว่าจะไม่นำไปใช้ในการทำการประมง ขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือสนับสนุนการประมงอีก ไปทำการประมง ขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือสนับสนุนการประมง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
5. กำหนดบทเฉพาะกาลรองรับเรือตามบัญชีรายชื่อเรือสูญหายถาวร ที่อธิบดีกรมเจ้าท่าประกาศกำหนดก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นเรือที่มีการแจ้งต่อนายทะเบียนตามมาตรา 22 และ มาตรา 22/1 แล้ว
ด้านเศรษฐกิจและสังคม หัวข้อ 8 8. เรื่อง สรุปมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2561
คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบสรุปมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ตามที่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เสนอ สรุปสาระสำคัญดังนี้
1. โครงการเร่งรัดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ปี 2561 ตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน จึงมีข้อเสนอให้มีการนำน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าที่มีศักยภาพ เพื่อลดปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มในประเทศ จำนวน 160,000 ตัน และขอเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ในการใช้เงินงบกลางในโครงการเร่งรัดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ปี 2561 ภายในวงเงิน 525 ล้านบาท ตามมติ กนป. ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มให้กับกระทรวงพลังงาน
1.1 เห็นชอบให้กระทรวงพลังงานนำน้ำมันปาล์มดิบไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ในโรงไฟฟ้าที่มีศักยภาพ จำนวน 160,000 ตัน เพื่อลดปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มภายในประเทศ
1.2 เห็นชอบในหลักการให้เพิ่มเติมวัตถุประสงค์ในการใช้เงินงบกลางสำหรับโครงการเร่งรัดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ปี 2561 ตามมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มให้กับโรงไฟฟ้าตามข้อ 1.1 และปรับเปลี่ยนชื่อ จาก โครงการเร่งรัดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ปี 2561 ตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ เป็น มาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ
1.3 เห็นชอบให้ปรับกรอบระยะเวลาและเงื่อนไขราคาของกิจกรรมการผลักดันการส่งออกตามมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ ตามที่คณะอนุกรรมการเพื่อบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มด้านการตลาดเสนอ สำหรับการบริหารและกำกับดูแลการผลักดันการส่งออกให้เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการบริหารและกำกับดูแลมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ (เฉพาะกิจ) ที่ กนป. แต่งตั้งต่อไป
1.4 มอบหมายคณะกรรมการจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) พิจารณา ความเหมาะสมของราคาขั้นต่ำในการรับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกร เพื่อเผยแพร่เป็นข้อมูลด้านการตลาดให้แก่เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ต่อไป
2. มาตรการเพิ่มปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ (ด้านพลังงาน)
เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคของการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ในรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ และมาตรการจูงใจให้มีการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ในรถยนต์ขนาดเล็ก
2.1 เห็นชอบให้มีการเพิ่มสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซล (บี 7) จากอัตราส่วนผสมร้อยละ 6.5 - 7.0 เป็นร้อยละ 6.8 - 7.0 ซึ่งส่งผลให้มีการใช้น้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นปีละ 80,000 ตัน
2.2 มอบหมายให้กระทรวงพลังงานหาแนวทางส่งเสริมและมาตรการจูงใจให้มีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ในรถบรรทุกและรถยนต์ขนาดเล็ก
3. มาตรการกำกับดูแลให้เป็นไปตาม ข้อ 1) และ ข้อ 2)
เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารและกำกับดูแลมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ (เฉพาะกิจ) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการตามมาตรการในข้อ 1) และข้อ 2) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร 1 กรมการค้าภายใน เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นอนุกรรมการ ตามร่างองค์ประกอบที่นำเสนอ กนป. รวม 13 คน โดยให้เพิ่มองค์ประกอบในคณะอนุกรรมการฯ จำนวน 4 ท่าน ตามความเห็นของประธาน กนป.และกรรมการ กนป. คือ ผู้แทน กอ.รมน. จำนวน 1 ท่าน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กนป. จำนวน 3 ท่าน รวม 17 ท่าน